ข่าวบอลยุโรปล่าสุด สองยักษ์ แมนฯซิตี้ อัด เรอัล มาดริด 4-3

 ข่าวบอลยุโรปล่าสุด สองยักษ์ แมนฯซิตี้ อัด เรอัล มาดริด 4-3

ข่าวบอลยุโรปล่าสุด กับศึกการแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก ที่ปีนี้เข้มข้นขึ้นทุกขณะ กับการลงสนามของคู่แรกรอบรองที่ต้องบอกว่าซี๊ดสุด ๆ กับการพบกันของยักษ์ใหม่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผชิญหน้ากับ ยักษ์ในตำนานอย่าง เรอัล มาดริด ที่ต้องบอกว่าสนุก ๆ สุด ๆ เป็นแน่ และเป็น เรือใบสีฟ้าที่สามารถเอาชนะไปก่อนได้ในยกแรก 4-3 ทำให้หลายฝ่ายมองว่าเกมหน้าที่ ซานติอาโก เบอร์นามิว ร้อนแรงกว่าเดิมอย่างแน่นอน

ข่าวบอลยุโรปล่าสุด จัดหนักจัดเต็ม ซัดกับ 7 เม็ด เกมเรือใบประจัญบานชุดขาว

ข่าวบอลยุโรปล่าสุด กับเกมที่ทั่วโลกตั้งตารออีกเกม กับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรยุโรปถ้วยหูกาง ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก ที่เดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศ ซึ่งในเกมนี้เป็นเกมใหญ่ที่หลายคนเฝ้ารอ คือการพบกันของสองสิงห์แห่งยุคอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบกับ เรอัล มาดริด ที่ต้องบอกว่า พลาดกันไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง
ข่าวบอลยุโรปล่าสุด

เกมเปิดมาแบบเตรียมทัพรับศึกกันอย่างเต็มที่ และทั้งสองทีมไม่ได้ตั้งเกมมาเพื่ออุดเดินหน้าเข้าใส่กันอย่างอุตลุตตั้งแต่เริ่ม และเป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ทำประตูออกนำไปได้ก่อนตั้งแต่นาทีแรกของการแข่งขันเท่านั้น เมื่อ ริยาด มาห์เรซ พาบอลมาจากกราบขวาก่อนจ่ายตัดมาซ้ายให้ เดอ บรอยน์ พุ่งเข้ามาโขกเป็นประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0

เกมยังดุเดือดแบบไม่มีใครยอมใคร และเป็นฝั่งแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่โชว์ความเหนือกว่ามาให้เห็น พ้นครึ่งแรกไปได้แค่ 10 นาที พวกเขาก็มาระเบิดประตูที่สองได้สำเร็จ จากการเข้าฮอสของ กาเบรียล เชซุส ที่มีข่าวว่าจะถูกขายไปในซัมเมอร์นี้ โชว์ลีลาพลิกหลบก่อนยิงอย่างสวย เรียกว่า ถ้าจะขายออกไปต้องคิดหนักกันแล้ว

เกมเดือดแบบไม่มีดับ แมนฯซิตี้เกือบบวกประตูเพิ่มได้จากการมากางมุ้งรอของ โฟเด้น แต่ มาร์เรซ ที่ครองบอลอยู่กลับเลือกยิงเองแบบเสียของ เป๊บถึงกับต้องร้อง “เกี้ยยย” กับจังหวะนี้ และเมื่อทำประตูฆ่าชุดขาวไม่ได้ พวกเขาก็มายิงประตูตีไข่แตกได้ในนาทีที่ 33 จากการเข้าทำของเสือเฒ่า เบนเซม่า แถมเกือบได้ประตูตีเสมอในอีก 2 นาทีต่อมา จนเป๊บต้องรีบแก้เกมหยุดความร้อนแรงของทีมชุดขาว หมดครึ่งแรก แมนซิตี้ ยังคงนำอยู่ 2-1
ข่าวบอลยุโรปล่าสุด

กลับมาในครึ่งหลัง แมนฯซิตี้ เดินเครื่องเบนซิน ลงสนามปุ๊บ บุกบดเข้าใส่ชุดขาวทันที จนเกือบได้ประตูสองครั้งสองคราจากการยิงของ ริยาด มาห์เรซ และ ฟิล โฟเด้น แต่ถึงกระนั้น พวกเขาก็ไม่ต้องรอกันนานเพราะมาได้ประตูที่ 3 อย่างไวในนาทีที่ 53 จากจังหวะการยิงของ ฟิล โฟเด้น ที่วิ่งหนีตัวประกบขึ้นโขกลูกเปิดของ แฟร์นานดินโญ่ เข้าไปอย่างสวยงาม

ชุดขาวไม่ยอม และพร้อมบอกให้รู้ว่า “ เราไม่ใช่หมูนะ ” เพราะพวกเขาตามมาอย่างไวในนาทีที่ 55 เท่านั้น จากจังหวะการยิงประตูของ วินิซิอุส จูเนียร์ ที่โชว์สเต็ปแตะลอกดากของ แฟร์นานดินโญ่ ก่อนควบสปีดครึ่งสนามไปจ่อยิงกับ เอแดร์สัน แบบอัดเต็มข้อเสียบมุมอย่างสวยงาม ให้ชุดขาวไล่ตามมา 2-3

เกมยังเดือดแบบไม่มีหมด ทั้งชุดขาว และเรือใบสีฟ้าต่างเดินหน้าแลกกันอุตลุต และเป็น แมนฯซิตี้ที่ได้ประตูขึ้นนำไปอีกครั้งจากจังหวะลูกชุลมุนหน้ากรอบเขตโทษ โดย โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก กองกลางตัวรับของเรือใบสีฟ้าล้มลงแต่ผู้ตัดสินให้เล่นต่อ ทำให้ แบร์นาโด ซิลวา ได้ลูกตั้งป้อมยิงเข้าไป เรือใบออกนำอีกครั้งที่สกอร์ 4-2
ข่าวบอลยุโรปล่าสุด

แต่ชุดขาวไม่ยอมตาย มาได้ประตูตีตื้นขึ้นมาในนาทีที่ 83 จากลูกจุดโทษและเป็น เบนเซม่า ที่ซัดประตูที่ 2 ของตัวเอง และเป็นประตูที่ 14 ในแชมเปี้ยนลีกฤดูกาลนี้ ให้ มาดริด ไล่ตามมา 3-4 แต่ก็ไม่ทันหมดเวลา เรือใบสีฟ้าชนะไปอย่างสนุก 4-3 พร้อมกับความร้อนระอุที่จะมีมากกว่าเดิมในเกมนัดหน้าอย่างแน่นอน

บทความที่เกี่ยวข้อง

Leave a Reply

Your email address will not be published.