ผลบอลอังกฤษ กับอีกหนึ่งวันของเกมการแข่งขันนัดกลางสัปดาห์ หลังจากปล่อยให้เรือใบสีฟ้าได้ดี๊ด๊าทะยานนำไปไกลถึง 12 แต้ม ลิเวอร์พูลจึงต้องสำแดงเดชให้เห็นว่า สนามแห่งการไล่ล่าแชมป์พรีเมียร์ลีกยังคงร้อนแรงอยู่ เลยจัดการกระทบจิ้งจอก เลสเตอร์ ไปแบบสุดมันส์ 2-0 นี่ถ้า เลสเตอร์ ไม่มีชไมเคิ่ลโชว์ฟอร์มเซฟประตูพัลวัน มีหวังโดนถล้มประตูหนักกว่านี้แน่นอน

ผลบอลอังกฤษ ลิเวอร์พูลกัดไม่ปล่อย ถล่มเลสเตอร์เก็บ 3 แต้ม ไล่บี้เรือใบสนุก

ผลบอลอังกฤษ กับช่วงเวลาที่ยังเตะบอลกันได้โหดเหมือนโกรธใครมา พร้อมต้องเร่งการแข่งขันทำเวลาทั้งจากการหยุดเพราะการแพร่ระบาดของโควิด อีกทั้งปลายปียังมีการแข่งขันฟุตบอลโลก แต่ละทีมเลยต้องเตะกันลืมตาย คิวแน่นยังกะมีบ๊อกซิ่งเดย์อยู่ 5 รอบ โดยในเกมนัดนี้เป็นการลงสนามของอีกหนึ่งทีมลุ้นแชมป์ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านพบกับ เลสเตอร์ ที่ฟอร์มไม่ค่อยดีเท่าไหร่ในฤดูกาลนี้
ผลบอลอังกฤษ

สำหรับเกมนัดนี้ สิ่งที่สร้างความฮือฮามากที่สุดคือการที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ส่งผู้เล่นตัวใหม่อย่าง หลุยส์ ดิอาซ ลงสนามทางฝั่งซ้าย และให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้นั่งพักไปก่อน ส่วนทางเลสเตอร์ให้ แพทสัน ดาก้า ยืนหน้าเป้า เพราะว่า  เจมี่ วาร์ดี้ ยังเจ็บไม่พร้อมลงสนาม

เกมแลกหมัดกันได้สนุก ประหนึ่งว่าเลสเตอร์ยังคงเป็นทีมชั้นนำที่ออกเพลงเตะได้อย่างงดงามและยังเป็นฝ่ายได้ลั่นประตูทักทายกันไปก่อนจากจังหวะการยิงของ เจมส์ แมดดิสัน จอมทัพคนสำคัญของเลสเตอร์ แต่คนที่เหนือกว่าคือ อลีสซง เบ็คเกอร์ ที่เซฟในจังหวะตัวต่อตัวเอาไว้ได้ ส่วนลิเวอร์พูลก็ไม่ยอมแพ้ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้กดสูตรติดยิงกับเขาบ้าง แต่ก็ได้รับการปฏิเสธประตูจาก แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เช่นกัน

ผลบอลอังกฤษและแล้วหงส์ก็ได้สยายปีก เมื่อพวกเขาสามารถทำประตูขึ้นนำได้สำเร็จในนาทีที่ 34 จาก เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปิดลูกเตะมุมทางฝั่งขวา และเป็น เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ได้ขึ้นโขกในจังหวะแรกแต่ยังไปติดเชฟ ของ ชไมเคิ่ล แต่ยังคงอยู่ในระยะอันตรายและเป็น ดีโอโก้ โชต้า ที่อยู่แบบถูกที่ถูกเวลาซัดเปรี้ยงหายตุงตาข่ายให้ ลิเวอร์พูลขึ้นนำไปก่อน 1-0 และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี่

กลับมาในครึ่งหลัง ฟอร์มของหงส์แดงยังอยู่ในจังหวะที่ยอดเยี่ยม เปิดเกมมาไม่นาน โซต้า ก็ได้มีโอกาสสับไกอีกรอบ แต่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ทายาทเหนียวหนึบของยักษ์เดนส์ ยังปัดเอาไว้ได้ และ ชไมเคิ่ลได้โชว์ความเหนียวอีกรอบจากจังหวะการยิงของ ฟีร์มีโน่ และ ซาลาห์ ที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาก็ถูกปฏิเสธประตูทั้งหมด

แต่ถึงกระนั้นกับการเล่นแบบรอให้เพื่อนมาล่อเป้าแบบนี้ โอกาสทำนบแตกนั้นมีสูงมาก และก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ เมื่อ ลิเวอร์พูลมาได้ประตูที่สองในช่วงท้ายเกมจากจังหวะจากลอดขาก้นไหม้ของ โฌแอล มาติป มายังจุดนัดพบกับ ดีโอโก้ โชต้า ที่ใช้เวลาไม่เปลือง ตวัดยิงตูมเดียวชนิดที่ชไมเคิ่ลหมดสิทธิ์รับ เป็นสกอร์ให้ลิเวอร์พูลขึ้นนำ 2-0 ในนาทีที่ 87 และจบเกมไปด้วยสกอร์นี้
ผลบอลอังกฤษ

หลังเกมการแข่งขัน ลิเวอร์พูลทะยานกลับมาตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 9 คะแนนเหมือนเดิม และยังแข่งน้อยกว่า 1 นัด พร้อมกันนี้ ยังมีเกมที่ทั้งคู่ต้องตัดแต้มกันเองในวันที่ 9 เมษายน นั่นหมายความว่า การศึกครั้งนี้ยังไม่จบง่าย ๆ อาจต้องยาวไปถึงปลายฤดูกาลกันเลย แฟนบอลพรีเมียร์ลีกต้องลุ้นกันไปทุกนัดแบบห้ามพลาดโดยเด็ดขาด

Leave a Reply

Your email address will not be published.